วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การเปรียบเทียบยุคสมัยประวัติศาสตร์ไทยและสากล







ศิลปะยุคหินกลางและหินใหม่

ศิลปกรรมยุคหินกลาง (Mesolithic or Middle Stone Age Art)
ยุคหินกลางของยุโรปมีช่วงเวลาระหว่าง 8000-3000 ปีก่อนคริสตกาล
ลักษณรูปแบบศิลปะในช่วงนี้ไม่มีอะไรโดดเด่นมากนัก และเป็นช่วง
รอยต่อที่สำคัญของยุคหินเก่า ซึงมนุษย์มีวิถีชีวิตใกล้เคียงกับสัตว์
ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ สู่ยุคหินใหม่ที่มนุษย์สามารถปฏิรูปจัดการ
ธรรมชาติได้ โดยยุคหินกลางจะถูกรวมเข้าไว้กับยุคหินใหม่
หรือจัดให้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคหินใหม่ ศิลปกรรมสมัยหินกลาง
ที่มีการค้นพบคือ จิตรกรรมตามหน้าผาบริเวณชายฝั่งทะเล
เมดิเตอร์เรเนียนของสเปน ประเทศโปรตุเกสมีการวาดภาพทั้งคน
และสัตว์ ความสูงประมาณ3ฟุต มีท่าทางเคลื่อนไหวและเรื่องราว
ในการดำรงชีวิต แสดงออกเป็นรูปคล้ายกันทั้งหมด โดย
เมื่อเปรียบเทียบศิลปะสมัยยุคกินกลางกับยุคหินเก่าแล้วนั้น
ทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม จะพบว่ามีคุณค่าด้อยกว่า
ยุคหินเก่าทั้งฝีมือและการแสดงออก และผลงานที่หลงเหลือ
ก็มีจำนวนจำกัดด้วย
ศิลปกรรมยุคหินใหม่(Neolithic Art)
ช่วงระยะสุดท้ายของยุคหินคือยุคหินใหม่ มนุษย์ได้มีการพัฒนาตนเอง
จากผู้ที่เคยดำรงชีวิตกลมกลืนกับธรรมชาติ มาสู่ก้าวใหม่ใน
การวิวัฒนาการคือได้พัฒนามาเป็นสังคมเกษตรกร มนุษย์ยุคนี้
มีความสามารถด้านการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และได้ออกจากถ้ำ
มาตั้งบ้านเรือนเป็นชุมชน ซึ่งหมู่บ้านในสมัยนั้นสร้างบ้านด้วยดินดิบ
มุงหลังคาด้วยใบไม้ บางหมู่บ้านมีการปลูกข้าวสาลีและข้าวบาเลย์
รู้จักทำธนู และลูกศร รู้จักนำสุนัขมาเลี้ยง รู้จักใช้หินเหล็กไฟที่ขัดจน
บางเรียบใช้หินที่ขัดจนแหลมคมใช้ในการล่าสัตว์และป้องกันตัว รู้จักใช้ไฟ
ในการปิ้งอาหาร รู้จักทำภาชนะดินเผาไว้ใส่อาหาร และรู้จักการสร้าง
เรือแคนนูจากท่อนซุง ส่วนของการเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าแพะหรือวัวนั้น
เป็นการเลี้นงเพื่อรับประทานเนื้อ นม และเอาหนังมาใช้นุ่งห่ม ถือเป็น
การปฏิวัติตนเองครั้งแรกของมนุษย์ ที่ประสบความสำเร็จในการเอาชนะ
ธรรมชาติได้อย่างแท้จริง ส่วนศิลปกรรมยุคหินใหม่ที่เด่นๆคือ
เครื่องปั้นดินเผาประเภทเครื่องประดับ ปรากฎอยู่ในแคว้นบริตานี
ของฝรัั่งเศส และไอร์แลนด์ของอังกฤษ ส่วนผลงานจิตรกรรมนั้นไม่เด่นชัด
และศิลปกรรมที่โดดเด่นที่สุดของยุคหินใหม่คืออนุสาวรีย์หิน(Megelithic)
ซึ่งเป็นปรากฏการณ์นำเอาหินขนาใหญ่มาตั้ง วาง ในลักษณะต่างๆ
แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ แบบหินตั้งกับแบบโต๊ะหิน และก็ยังสามารถจำแนก
ย่อยตามลักษณะการวางได้ดังนี้-หินตั้งเดี่ยว(Menhir or Standing Stone)
เมนเฮอร์ เป็นแท่งหินที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว เมนเฮร์ที่หใญ่ที่สุดอยู่ที่ลอคมารีเก
ฝรั่งเศส สูงถึง 64 ฟุต-หินตั้งเป็นแกนยาว(Alignment) เป็นการตั้งหิน
ให้ตรงเป็นแนวตั้งฉากกับพื้น และเป็นแถวยาวหลายก้อน บางแห่งมี
จำนวนถึงกว่า1000แท่ง และตั้งเรียงยาวกว่า2ไมล์-หินตั้งเป็นวงกลม
(Cromlech or Stonehenge) คือการเอาก้อนหินมาวางในลัษณะวงกลม
คอมเลคที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่แอฟบิวรี่ อังกฤษ มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง6ไมล์






















































-โต๊ะหิน(Dolmen) ลักษณะเป็นแท่งหินขนาดมหึึมาสามแท่ง
หรือมากกว่านั้นวางพาดทับกันอยู่ คล้ายโต๊ะขนาดยักษ์
หรือคล้ายประตูที่คนสามารถเดินลอดผ่านได้สบาย
พบโดยทั่วไปทั้งในยุโรปและอาฟริกา



















ปัจจุบันยังมีการถกเถียงถึงเหตุผลในการสร้างอนุสาวรีย์หินของ
มนุษย์ยุคหินใหม่ โดยนักโบราณคดีต่างก็เสนอข้อสันนิษฐาน
ที่ต่างกันไป บ้างว่าสร้างเพื่อบูชาเทพเจ้า บ้างว่าเพื่อคำนวนผล
ทางดาราศาสตร์ แต่ที่ยังเป็นข้อสงสัยคือหินขนาดมหึมาเหล่านี้
มนุษย์ยุคนั้นสามารถยกวางตั้งกันได้อย่างไร และก็เป็นการแสดงถึง
ความมีระบบสังคมที่เข้มแข็ง มีความเชื่อ ความศรัทธา ในสิ่งเดียวกัน
ทั้งยังมีระบบการปกครองได้อย่างดี ถึงได้สามารถสร้างสิ่งลึกลับ
ดังกล่าวให้ปรากฏ และยังคงอยู่จนปัจจุบัน

ศิลปะสมัยโบราณ

ศิลปะสมัยก่อนประวัติศาสตร์ (Art before writing)
มนุษย์กับศิลปรรมก่อนประวัติศาสตร์ การสร้างสรรค์ศิลปะของมนุษย์ใน
ยุคนั้นไม่ใช่ทำไว้เพื่อต้องการอวดโฉมไว้แก่มนุษย์รุ่นหลัง แต่เขา
สร้างสรรค์ผลงานเพื่อบันทึกการดำรงชีวิตของตนเองไว้ ทั้งด้้านการใช้สอย
อาวุธ เครื่องมือ สร้างเพื่อผลทางความเชื่อ และเพื่อผลทางความงาม
สำหรับศักยภาพของมนุษย์ในสมัยนั้น ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ
ออกมาได้เป็นเพราะว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่รู้จักคิด และเป็นความคิดที่
น่าอัศจรรย์เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์อื่นๆ ทำให้มนุษย์สามารถใช้สัญลักษณ์
ในการสื่อสารหรือเป็นตัวแทนความคิดต่างๆได้ และได้กลายเป็นภาษา
ในการสื่อสารและทำให้เกิดความเจริญต่อๆมา เพราะภาษาที่ใช้นั้นซับซ้อน
มากขึ้น มีการพัฒนาทางด้านมันสมองและร่างกายเรื่อยมาชีวิตและศิลปกรรม
ของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ศิลปะของมนุษย์สมัยนั้นมีความผูกพัน
เกี่ยวกับเนื่องกับวิถีชีวิตของมนุษย์สมัยนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อดูเชิงใน
การวิวัฒนาการของมนุษย์ในยุคนั้น นักโบราณคดีได้จำแนกช่วงเวลาเพื่อ
ศึกษามนุษย์กลุ่มนี้ โดยอาศัยพัฒนาการวัตถุศิลปะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้
ในการดำรงชีวิตเป็นตัวจำแนก ดังนั้นศิลปกรรมของมนุษย์สมัยนั้นแบ่งเป็น
3 ช่วงที่สำคัญคือ..
-ยุคหินเก่า(Paleolithic or Old Stone Age, 30000-10000ปีก่อนคริสตกาล)
-ยุคหินกลาง(Mesolithic or Middle Stone Age , 10000-8000 ปีก่อนคริสตกาล)
-ยุคหินใหม่ (Neolithic or New Stone Age , 8000-3000 ปีก่อนคริสกาล)
ศิลปกรรมยุคหินเก่า (Paleolithic or Old Stone Age)
ในซีกโลกตะวันตก มนุษย์ที่มีชีวิตในช่วงยุคหินเก่าที่ปรากฎหลักฐานอย่าง
โดดเด่นคือ มนุษย์โครมายอง(Cro-Magnon)ซึ่งเรียกตามชื่อถ้ำโครมายอง
ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของฝรั่งเศส ถ้ำนี้พบโครงกระดูกและศิลปะวัตถุของ
มนุษย์ยุคนั้นเป็นจำนวนมาก และเชื่อว่ามนุษย์กลุ่มนี้จัดเป็นหนึ่งในมนุษย์
สมัยใหม่ หรือมนุษย์โฮโมซาเปี้ยนส์(Homo Sapiens) มนุษย์กลุ่มนี้มีรูปร่าง
สูงใหญ่โดยมีความสูงเกือบ 6 ฟุต กะโหลดศรีษะยาว ใบหน้าสั้น มีปริมาณ
สมองใกล้เคียงชาวยุโรปปัจจุบัน มีถิ่นอาศัยกระจายอยู่ทั่วยุโรปและเอเชีย
มนุษย์โครมายองนอกจากจะมีความสามารถในการเขียนภาพบนผนังถ้ำแล้ว
ยังรู้จักเผาศพและสักบนใบหน้า ถัดจากสมัยโซลูเทรียน ในยุคหินเก่าตอน
ท้ายได้ก้าวเข้าสูสมัยแมกดาเลเนียน(Magdalenian) ซึ่งเป็นช่วงที่ปรากฏ
มนุษย์เผ่าพันธุ์หนึ่งชื่อว่ากริมาลดี(Grimaldi)ซึ่งมีความสามารถทางศิลปะ
ไม่แพ้มนุษย์โครมายอง ผลงานของพวกเขาเป็นภาพเขียนบนผนังถ้ำ ภาพ
แกะสลัก และปั้นรูปสัตว์ต่างๆ การทำเข็มกระดูกสัตว์เพื่อเย็บหนังสัตว์
อย่างไรก็ตามโดยรวมแล้ว มนุษย์ในยุคหินเก่าจะดำรงชีพโดยการล่าสัตว์
และหาพืชผักผลไม้เป็นอาหาร พวกเขาต้องพึ่งพาธรรมชาติ และสถาวะ
แวดล้อมอย่างมาก และเมื่อฝูงสัตว์หรือพืชผักหมดลง พวกเขาก็จะอพยพ
ย้ายไปหาแหล่งใหม่ และมักอยู่ใกล้ทะเลหรือหนองน้ำเพื่อหาอาหาร และน้ำ
แม้แต่ถ้ำที่อาศัยก็จะมีลำธารไหลผ่าน เมื่อลำธารนั้นอุกตันก็จะย้ายไป
หาถ้ำใหม่อาศัย ชีวิตส่วนใหญ่ของพวกเขาหมดไปกับการหาอาหาร
การป้องกันตนเองจากภัยธรรมชาติและสัตว์ร้ายรวมทั้งต่อสู้ในหมู่
พวกเดียวกันเพื่อการอยู่รอด โดยใช้หินกระเทาะเป็นอาวุธหรือเครื่องมือ
ส่วนระบบสังคมยังไม่มีการรวมกลุ่มเป็นชุมชนหมู่บ้านหรือเมืองอย่าง
เด่นชัด
ศิลปะยุคหินเก่า(The Art of The Old Stone Age Paleolithic )
จิตรกรรม การดำรงชีวิตของมนุษย์ในระยะแรกนั้นจะมีสภาพชีวิตคล้างคลึง
กับสัตว์ป่า พวกเขาอาศัยในถ้ำมีความหนาแน่น คือถ้ำในประเทศสเปน
ฝรั่งเศส และอิตาลี ถ้ำที่มีชื่อเสียงคือ ถ้ำAltamira ,ถ้ำ์Niaux ,
ถ้ำla Madeleine ,ถ้ำLascaux ,ถ้ำFont-de-Gaume ซึ้งอยู่ในบริเวณ
ประเทศสเปนกับฝรั่งเศส ร่องรอยของมนุษย์ได้ปรากฏผ่านงานจิตรกรรม
ที่วาดบนผนังถ้ำ โดยลักษณะรูปแบบก็แตกต่างกันออกไป
ถ้ำลาสโคซ์ (Lascaux) อยุ่ใกล้ Montingnac บริเวณลุ่มน้ำ Dordone
ประเทศฝรั่งเศส ถูกสำรวจพบใน ค.ศ.1940 ในส่วนของงานศิลปะ
ได้ทดสอบด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์พบว่าเป็นผลงานของมนุษย์สมัยหินเก่า
ถูกวาดขึ้นประมาณ 15000-13000 ปีก่อนคริสตกาล รูปแบบผลงานมี
เนื้อหาเกี่ยวกับสัตว์เช่นภาพวัวไบซัน ม้า กวาง ศิลปินได้แสดงออก
เป็นภาพด้านข้างที่คำนึงถึงความเป็นจริงและลีลาเครื่อนไหว ผลงานนั้น
ใช้เส้นสายที่กล้าหาญแต่ไม่ได้คำนึงถึงสัดส่วน ภาพสัตว์ทั้งหลายเมือ
เทียบสัดส่วนกันแล้วจะไม่ัสัมพันธ์กับภาพอื่น เช่น ภาพวัวบางตัวยาวถึง
16 ฟุตขณะที่ภาพม้าสูงแค่ขาของวัวเป็นต้น













ภาพเขียนที่ถ้ำ Lascaux
ถ้ำอัลตามีรา(Altamira) อยู่ในตอนเหนือของสเปน เป็นถ้ำหินปูน
ลึกประมาณ300หลา มีผลงานศิลปะของมัษย์ก่อนประวัติศาสตร์
ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ จากการทดสอบพบว่าผลงานถูกเขียนขึ้นประมาณ
15000-10000 ปีก่อนคริสตกาล โดดเด่นดานทักษะการเขียนภาพ
มีเจตนาที่จะแสดงความเป็นจริง แสดงให้เห็นว่าศิลปินมีความสามารถ
ในการสังเกตุกริยาท่าทางของสัตว์ได้เป็นอย่างดี ด้วยการระบายตัว
สัตว์ด้วยสีแดงผสมกับการตัดเส้น ภาพที่ปรากฎมีทั้งภาพม้า วัวไบซัน
ทั้งเดี่ยวและฝูง มีทั้งหมด 25 ภาพ แต่ละถาพใกล้เคียงขนาดสัตว์ตัวจริง
จิตรกรรมที่ถ้ำแห่งนี้ถูกยกย่องว่าเป็นผลงานที่มีความถึงพร้อมทั้ง
ด้านสุนทรียภาพ และวิธีการเขียน จึงมักถูกยกเป็นตัวอย่างใน
การพูดถึงงานจิตรกรรมในยุคนี้เสมอ
















ภาพเขียนที่ถ้ำ Altamira
สำหรับวิธีการเขียนภาพบนผนังถ้ำของศิลปินยุคหินเก่ามีวิธีที่หลากหลาย
แต่โดยรวมจะใช่วิธีการวาดอย่างง่ายเช่น เอาฝ่ามือประทับบนฝาผนังใช้
สีแดงหรือดำระบายรอบๆฝ่ามือซึ่งเรียว่าวิธีอิมพริ้นท์(Imprints)
หรือไม่ศิลปินจะใช้วิธีวาดภาพผสมกับการพิมพ์ภาพนูนโดยใช้วิสดุผิวนูน
เช่นฝ่ามือหรือวัสดุบางอย่างจุ่มสีแล้วกดลงบนผนังถ้ำ นอกจากนี้ศิลปิน
ยังใช้วิธีพ่นด้วยหลอดกลวงที่ทำมาจากท่อนกระดูดสัตว์ และมีการระบายสี
เช่นเดียวกับจิตรกรรมปัจจุบัน ต่างตรงที่วัสดุอุปกรณ์ในการวาดต่างกัน
ตามยุคสมัย ในสมัยนั้นจะใช้ไม้มาทุบปลายให้แตกหรือใช้ปีกขนสัตว์
และกิ่งไม้แทนพู่กัน และสีที่มีในธรรมชาติคือ ดินสีดำ แดง ขาว น้ำตาล
เหลือง ส่วนสีดำได้จากถ่านและเขม่าไฟ ลักษณะพิเศษของจิตรกรรม
ผนังถ้ำยุคหินเก่าก็คือ ศิลปินมีการคักสรรพื้นผนังที่มีลักษณะสอดคล้อง
กับรูปลักษณ์ของสัตว์หรือเรื่องราวที่จะวาด


















ภาพเขียนที่ถ้ำ Niaux
ลักษณะเด่นโดยภาพรวมของจิตรกรรมบนผนังถ้ำในยุคหินเก่าคือ
ศิลปินพยายามถ่ายทอดภาพที่เห็นอย่างตรงไปตรงมาและแสดง
ความเป็นจริงที่ตาเห็นด้วยความมั่นใจ ศิลปินสามารถจดจำลักษณะ
โครงสร้างส่วนประกอบของสัตว์ได้เป็นอย่างดีและจับลีลาท่าทาง
ต่างๆและถ่ายทอดออกมาได้อย่างชำนาญประติมากรรม
ประติมากรรมสมันก่อนประวัติศาสตร์ปรากฎที่งในยุคหินเก่า
ยุคหินกลาง ยุคหินใหม่ มีที่งการปั้นและแกะสลัก วัสถดุหลักๆ
ในการแกะสลักในสมัยนั้นคือหิน กระดูก ไม้ เขาสัตว์ และเครื่องมือ
ก็ทำจากหินเช่นกัน ประติมากรสมัยหินเก่ามีการใช้วิธีขูด ขัดแต่ง
เซาะ รูปแบบประติมากรรมจึงเป็นแบบการตัดทอนรูปทรงในธรรมชาติ
ให้ง่ายต่อการแสดงออกและรับรู้ อย่างไรก้ตามเป้นที่สังเกตุว่า
ประติมากรรมสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่เป็นภาพคน มักจะเป็น
ภาพผู้หญิงและเน้นการบ่งบอกรูปทรงทางเพศที่แสดงออกถึง
ร่องรอยการให้กำเนิดมาอย่างโชกโชน เช่น ประติมากรรมสลักหิน
รูปวีนัสแห่งวิเลนดอร์ฟขนาดสูง4นิ้วเศษ พบที่วิเลนดอร์ฟ(Willendorf)
ออสเตรีย อายุราว 25000-20000ปีก่อนคริสตกาล ประติมากรรมวีนัส
แห่งเลส์ปุค สลักจากงาช้างอายุราว 20000ปีก่อนคริสตกาล
พบที่ถ้ำเลส์ปุค ฝรั่งเศส ต่างเน้นลักษณะทางเพศและมีขนาดเล็ก
ซึ่งส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อเน้นการตอบสนองทางความเชื่อ(Belief Art)
ซึ่งอาจใช้เป็นสิ่งเคารพบูชาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ติดตามตัวเพราะขนาด
ไม่ใหญ่สามารถจับถือได้เหมอะมือ และสาเหตุที่เลือกเพศหญิง
เพราะเพศหญิงเป็นผู้ให้กำเนิดชีวิตใหม่ได้ ดังนั้นประติมากรรม
สมัยก่อนประวัติศาสตร์จึงเน้นแสดงออกถึงลักษณะดังกล่าวอย่างเด่นชัด























ประติมากรรม Venus of Willendorf

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2551

SARITSAKBLOG

linkไปยังบล็อกsaritsak คลิกที่นี่ี่

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2551

มหาศักราช

มหาศักราช (ม.ศ.) เป็นศักราชที่เริ่มเมื่อ พ.ศ. 621 (ค.ศ. 78) อาจเกี่ยวข้องกับปีครองราชย์ของพระเจ้ากนิษกะ (Kanishka) กษัตริย์ที่ปกครองอาณาจักรกุษาณะ (กุชาน หรือ กุษาณ) (Kushan Empire) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย (เมืองหลวงของอาณาจักรนี้ปัจจุบันคือเมืองเปชะวาร์ในปากีสถาน) มหาศักราชแพร่เข้ามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้จารึกต่าง ๆ ในสมัยสุโขทัยและอาณาจักรใกล้เคียง ต่างใช้มหาศักราชเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าไทยเลิกใช้มหาศักราชในปี พ.ศ. 2112 โดยเปลี่ยนไปใช้จุลศักราชแทน อย่างไรก็ตามมีการใช้มหาศักราชอยู่บ้างหลังจากนั้น ดังปรากฏในจารึกวัดไชยวัฒนาราม (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)

การแปลงมหาศักราช เป็นพุทธศักราช ให้เอา 621 บวกปี มหาศักราชนั้น ก็ได้จะได้ปี พุทธศักราช

การเทียบศักราช

ศักราชและการเทียบศักราช

ศักราช หมายถึง ปีที่กำหนดเอาเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งซึ่งสำคัญมาก สำหรับจดจารึกไว้ ศักราชที่กำหนดไว้ มี พุทธศักราช รัตนโกสินทร์ศักราช (รัตนโกสินทร์ศก) จุลศักราช และคริสต์ศักราช ศักราชเหล่านี้เริ่มต้นนับแตกต่างกัน จึงต้องมีการเทียบศักราช

พุทธศักราชมากกว่าคริสต์ศักราช 543 ปี

เมื่อจะเปลี่ยน ค.ศ. เป็น พ.ศ. ให้เอา 543 บวก ถ้าจะเปลี่ยน พ.ศ. เป็น ค.ศ. ให้เอา 543 ลบ

พุทธศักราชมากกว่ารัตนโกสินทร์ศก 2324 ปี

เมื่อจะเปลี่ยน ร.ศ. เป็น พ.ศ. ให้เอา 2324 บวก ถ้าจะเปลี่ยน พ.ศ. เป็น ร.ศ. ให้เอา 2324 ลบ

พุทธศักราชมากกว่าจุลศักราช 1181 ปี

เมื่อจะเปลี่ยน จ.ศ.เป็น พ.ศ. ให้เอา1181 บวก ถ้าจะเปลี่ยน พ.ศ. เป็น จ.ศ. ให้เอา 1181 ลบ

การเทียบ ดังนี้

ม.ศ. + 621 = พ.ศ. ...............พ.ศ. - 621 = ม.ศ.
จ.ศ. + 1181 = พ.ศ. .............. พ.ศ. - 1181 = จ.ศ.
ร.ศ. + 2324 = พ.ศ. .............. พ.ศ. - 2324 = ร.ศ.
ค.ศ. + 543 = พ.ศ. ............... พ.ศ. - 543 = ค.ศ.
ฮ.ศ. + 621 = ค.ศ. ................ ค.ศ. - 621 = ฮ.ศ.
ฮ.ศ. + 1164 = พ.ศ. ..............พ.ศ. - 1164 = ฮ.ศ.

การเทียบศักราช

ศักราชและการเทียบศักราช

ศักราช หมายถึง ปีที่กำหนดเอาเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งซึ่งสำคัญมาก สำหรับจดจารึกไว้ ศักราชที่กำหนดไว้ มี พุทธศักราช รัตนโกสินทร์ศักราช (รัตนโกสินทร์ศก) จุลศักราช และคริสต์ศักราช ศักราชเหล่านี้เริ่มต้นนับแตกต่างกัน จึงต้องมีการเทียบศักราช

พุทธศักราชมากกว่าคริสต์ศักราช 543 ปี

เมื่อจะเปลี่ยน ค.ศ. เป็น พ.ศ. ให้เอา 543 บวก ถ้าจะเปลี่ยน พ.ศ. เป็น ค.ศ. ให้เอา 543 ลบ

พุทธศักราชมากกว่ารัตนโกสินทร์ศก 2324 ปี

เมื่อจะเปลี่ยน ร.ศ. เป็น พ.ศ. ให้เอา 2324 บวก ถ้าจะเปลี่ยน พ.ศ. เป็น ร.ศ. ให้เอา 2324 ลบ

พุทธศักราชมากกว่าจุลศักราช 1181 ปี

เมื่อจะเปลี่ยน จ.ศ.เป็น พ.ศ. ให้เอา1181 บวก ถ้าจะเปลี่ยน พ.ศ. เป็น จ.ศ. ให้เอา 1181 ลบ